Sunday, December 21, 2014

การดูแลสุนัข ท้าลมหนาว



ลมหนาวแวะมาทีไร หลายคนแอบดีใจเพราะอากาศเย็นสบาย แถมยังเป็นโอกาสที่จะได้งัดเสื้อกันหนาวสวยๆ มาสวมใส่เย้ยหนาวกันอย่างสนุกสนาน

ทว่า ปีนี้หนาวหนัก หนาวนานเป็นพิเศษ ขนาดลิงลพบุรียังกอดกันกลมดิก แม้แต่ช้างตัวโตยังไม่ยอมลงอาบน้ำเหมือนที่เคย แล้วบรรดาเจ้าตูบแม้จะดูมีขนหนาปุกปุยคงจะอบอุ่น มีรึต้านทานไหว โดยเฉพาะน้องหมาหรือว่าเจ้าตูบที่มีขนสั้นนั้นคงต้องการการดูแลเอาใจใส่มาก เป็นพิเศษสักหน่อยแล้ว

สาเหตุที่เจ้าตูบน้อยนั้นต่อสู้ความหนาวเย็นได้น้อยกว่าสุนัขตัวใหญ่ก็เพราะยังมีภูมิคุ้มกันหรือต่อต้านความเย็นได้น้อยกว่า หรือยังมีระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายไม่ดีพอ ส่วนสาเหตุที่สุนัขพันธุ์ขนสั้นรับมือกับลมหนาวได้น้อยกว่านั่นก็เพราะร่าง กายจะสูญเสียความร้อนผ่านผิวหนัง ขณะที่สุนัขพันธุ์ขนยาวปุกปุยจะสูญเสียความร้อนในร่างกายผ่านทางฝ่าเท้าและหู ทำให้ยิ่งอากาศหนาวมากเท่าไหร่ ผิวหนังเจ้าตูบก็ไม่ต่างอะไรจากเราคือทั้งแห้งทั้งคัน แถมยังต้องเผชิญกับโรคต่างๆ นานาที่มักมาพร้อมกับหน้าหนาว วันนี้ เรามีเคล็ดลับการดูแลเจ้าสี่ขาให้มีความสุขในหน้าหนาว รวมทั้งโรคและวิธีป้องกันจากผู้เชี่ยวชาญอย่างทีมสัตวแพทย์ โรงพยาบาลสัตว์ ทองหล่อ มาฝากกันครับ 


เจ้าตูบท้าลมหนาว

เนื่องจากหน้าหนาวทำให้อากาศแห้ง ข้อควรระวังอย่างแรกคือควรอาบน้ำให้เจ้าตูบเท่าที่จำเป็น และควรเลือกใช้แชมพูสำหรับสุนัขที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวหนัง และหมั่นแปรงขนให้ตูบอยู่เสมอเพื่อให้ขนที่แห้งเสียหลุดออก และถ้าเป็นไปได้ควรให้เขาอาบน้ำอุ่น พร้อมกับบำรุงโดยโลชันชนิดเข้มข้นชโลมให้ทั่วตัวเลยนะครับ

แต่เมื่อผิวหนังแห้งผิดปกติ สุนัขจะเกา เกา แล้วก็เกาที่ผิวหนัง อย่าชะล่าใจคิดว่าเป็นเห็บเป็นหมัดไปเพราะนั่นเนื่องมาจากลมหนาวนั้นเอง ซึ่งอาการผิวหนังมีปัญหาและขนที่ขาดความเงางามที่เป็นต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน และอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาทางสุขภาพอย่างปัญหาของตับ ไตหรือต่อมไทรอยด์ได้ ถึงเวลานั้นก็ควรจะพาไปพบสัตวแพทย์

และ อย่ามัวแต่บำรุงภายนอกจนลืมบำรุงภายในกันด้วยล่ะครับ นั่นก็คือการให้อาหารที่มีคุณภาพและเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เจ้าตูบแข็งแรงและสร้างความอบอุ่นร่างกายได้แล้ว ยังมีส่วนช่วยบำรุงขนเจ้าตูบให้เงางามอีกทางหนึ่งด้วย

 
ที่หลับที่นอนก็ไม่ควรมองข้ามหากพื้นที่นอนประจำของพวกเขาเป็นซีเมนต์ กระเบื้อง หรือหินขัด ซึ่งมักเย็นมากก็ควรจะหาผ้าอุ่นๆ มาปูให้เขานอนเพื่อเพิ่มความอบอุ่น ทางที่ดีควรหมั่นทำความสะอาด ผ้ารองนอนและหมั่นนำไปตากแดดนอกจากจะฆ่าเชื้อโรคได้แล้วไอแดดที่หลงเหลือยัง มีส่วนช่วยให้ความอบอุ่นกับเจ้าตูบอีกด้วย รวมทั้งหาที่บังลมมาเสริมขึ้นอีกทางก็จะยิ่งช่วยให้ค่ำคืนนั้นเขานอนหลับได้ อย่างไม่ทรมานกันแล้ว และควรจะหาเสื้อผ้ามาให้เขาสวมใส่เพื่อเพิ่มความอบอุ่นอีกแรง จะดีไซน์เท่ เก๋ เปรี้ยวจี๊ด หรืออินเทรนด์ขนาดไหนก็นำมาสวมใส่กันให้เต็มที่ แต่ขออย่าให้เสื้อผ้านั้นชื้นแฉะเพราะจะยิ่งทำให้เขาหนาวและเป็นโรคหวัดขึ้นได้ ที่สำคัญต้องเป็นแบบที่สะดวกสบายในการเดินเหินหรือว่าวิ่งเล่น เดี๋ยวจะกลายเป็นสร้างความเครียดเนื่องจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่สบายไปเสียนี่

ส่วนตอนกลางวันก็ควรมีที่ในการอาบแดดให้พวกเขา แสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้าจะทำให้พวกเขาสบายมากขึ้น และ ถ้าเป็นไปได้ควรหากิจกรรมที่สนุกๆ กระตุ้นพวกเขาอีกแรง เช่น เวลาแดดออกให้ชวนไปวิ่งเล่นบ้าง ออกกำลังกลางแจ้งบ้างก็จะช่วยทำให้พวกเขาแข็งแรงและมีพลังต้านหนาวได้ดียิ่งขึ้น

 
โรคร้ายที่แฝงมากับลมหนาว

ช่วงการเปลี่ยนฤดูใหม่ๆ ไม่ใช่แค่คนเท่านั้นที่มีโอกาสเป็นไข้หวัด สุนัขแสนรักเองก็มีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคหวัด และอีกหลายๆ โรคตามมาเช่นกัน โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ยิ่งเป็นลูกสัตว์แรกเกิดร่างกายจะมีอุณหภูมิต่ำและมีความไวต่อการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อ Canine Distemper หรือโรคไข้หัดสุนัข อันเป็นสาเหตุของการตายในลูกสัตว์แรกเกิดที่มีอายุระหว่าง 9-14 วัน ซึ่งลูกสุนัขสามารถติดต่อจากแม่สัตว์ผ่านทางน้ำลาย น้ำจากช่องคลอด จะมีอาการกระวนกระวาย ร้องตลอดเวลา ปวดท้อง หายใจถี่ อาจชักหรือเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง

การรักษาทำได้เพียงแบบประคับประคอง ได้แก่ การให้สารน้ำทดแทน และการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เพราะไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้ ดังนั้นควรรักษาสุขภาพแม่สุนัขให้แข็งแรง และให้ลูกสุนัขอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นประมาณ 37 องศาเซลเซียส
 

โรคไข้หัดสุนัข Canine Distemper เกิดจากการติดเชื้อไวรัส สามารถติดต่อได้หลายทางไม่ว่าจะเป็นทางอุจจาระ น้ำลาย ปัสสาวะ น้ำมูก น้ำตา และที่สำคัญคือการติดต่อผ่านทางอากาศและการหายใจ อาการในรายที่รุนแรงจะพบว่าสัตว์มีน้ำมูกน้ำตา ไอ หายใจลำบาก ท้องเสีย อาเจียน ปอดปวม บริเวณจมูกและฝ่าเท้าจะหนาตัวขึ้น และอาการทางประสาท เช่น ชัก อัมพาต การรักษาทำได้เพียงแบบประคับประคองเช่นเดียวกัน โรคไข้หัดสุนัขสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนและไม่สัมผัสกับสุนัขที่ติดเชื้อ เนื่องจากสภาพอากาศเย็นนั้นความชุ่มชื้นของทางเดินหายใจส่วนต้นน้อยจะทำให้ กระบวนการป้องกันโรคของร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ จะติดเชื้อต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

อีกโรคที่น่าเป็นห่วงก็คือโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ เกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งไวรัส แบคทีเรีย หรือรวมกันทั้งสองอย่าง สามารถติดต่อทางการหายใจหรือสิ่งคัดหลั่ง พบได้บ่อยโดยเฉพาะแหล่งขายสุนัขที่เลี้ยงแออัด การระบายและสภาพแวดล้อมไม่ดี ร้อน หนาว หรือลมโกรกมากเกินไป มักแสดงอาการแบบเรื้อรัง มีไข้ไม่สูงนัก กินอาหารได้แต่น้อย ไอมีเสมหะ อาจพบน้ำมูกข้นเล็กน้อย

 
วิธีการรักษา จึงทำได้เพียงแบบประคับประคองเช่นเดียวกัน แต่ถ้าไม่รักษาอาจปอดบวม หายใจลำบาก และเสียชีวิตได้ ควรป้องกันโดยปรับสภาพแวดล้อม ออกกำลังกาย อยู่ในที่ที่อบอุ่น อาจจะใส่เสื้อสำหรับสุนัขเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย จากทั้งหมดที่กล่าวมาพบว่ามักจะพบอัตราเสียชีวิตสูงที่สุดในลูกสุนัข ส่วนในรายสุนัขที่โตแล้วนั้น พบว่าอัตราการเสียชีวิตจะน้อยลงเนื่องจากร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานได้

ดังนั้น การฉีดวัคซีนตามโปรแกรมในลูกสุนัขเป็นการป้องกันโรคที่ดีอย่างหนึ่ง เจ้าของสุนัขควรตรวจเช็คประวัติวัคซีนประจำปี บำรุงรักษาสุขภาพร่างกายของสัตว์ให้แข็งแรง ได้รับโภชนาการที่เหมาะสม มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และงดการนำสุนัขไปพบปะกับสุนัขที่มีประวัติวัคซีนที่ไม่แน่นอน และพยายามให้ร่างกายสุนัขอบอุ่นอยู่เสมอ เท่านี้ก็สามารถช่วยลดอัตราการเกิดโรคไวรัสในช่วงหน้าหนาวนี้ได้แล้ว 




แหล่งที่มา   https://sites.google.com/site/satwnaru/kar-dulae-sunakh-tha-m-hnaw
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

No comments:

Post a Comment