Sunday, November 10, 2013

เมื่อน้องหมาตกบันได ทำยังไงให้กล้าขึ้นบันไดอีกครั้ง




ถ้าบังเอิญน้องหมาพลัดตกบันไดแล้วกลัวจนหัวหด ….มีวิธีแก้ไหม เพื่อให้น้องหมากล้าขึ้นบันไดอีกครั้ง?

คนส่วนใหญ่แล้วเวลาน้องหมาเกิดพลาดอะไรขึ้นมา เช่น น้องหมาลื่นล้ม น้องหมาสะดุด น้องหมาตกบันได ต่างๆนานา ก็มักจะตกใจ โวยวาย ใจแป้ว และโอ๋น้องหมา แสดงภาษากายอย่างโอเวอร์ราวกับฟ้าถล่ม ตึกทะลายต่อหน้าต่อตา นั้นเองจะทำให้เหตุการณ์เล็กๆน้อยๆ กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับน้องหมา แล้วจะทำให้น้องหมาที่ตกใจเล็กๆน้อยๆ กลายเป็นกลัวขี้หดตดหาย กลัวอย่างมากมายราวกับว่าเดินผ่านบันได เดินบนพื้นลื่น แล้วจะโดนเชือด โดนฆ่าทิ้ง สิ่งที่ทำให้น้องหมากลัวจนโอเวอร์ ก็เพราะเรานั่นเอง เรามักคิดว่า เราต้องโอ๋น้องหมาเหมือนโอ๋ลูกเล็กที่เดินพลาดตกบันได ต้องปลอบลูบไล้ เหมือนปลอบเด็ก อยากจะบอกว่า เราสามารถทำกับเด็กมนุษย์ได้ แต่ทำกับน้องหมาสี่ขาไม่ได้ เพราะจะทำให้หมากลัวและทำให้หมามีปัญหาพฤติกรรมตามมา

ธรรมชาติของสุนัขทั่วๆไป ถ้ามีตัวใดตัวหนึ่งพลาดสะดุดหกล้ม ก็จะไม่มีตัวไหนสนใจ พอไม่มีตัวไหนคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีอะไรต้องกังวล สุนัขที่ลื่นล้มก็จะคิดว่าเหตุการณ์ที่ตนเผชิญอยู่นั้นเป็นเรื่องที่จิ๊บๆ ไม่มีอะไรต้องวิตก เขาก็จะลุกขึ้นมาแล้วสะบัดตัวแล้วก็ดำเนินชีวิตประจำวันต่อๆไปเหมือนไม่มี อะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าตัวใดตัวหนึ่งมีอาการเจ็บมากกว่าปกติ ตัวอื่นก็จะแสดงความห่วงใยเล็กๆน้อยๆเช่น เดินเข้ามาดู มาดมแผล มาเลียหูเลียแผลให้ แล้วก็เดินจากไปทำกิจวัตรของใครของมัน สุนัขตัวที่เจ็บก็จะดำเนินชีวิตต่อไป ถ้าเขาเจอเหตุการณ์เดิมที่เขาเคยพลาด สุนัขก็จะมีความระมัดระวังมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวเอง ต้องเจ็บตัวซ้ำสอง แต่จะไม่กลัวลนลาน กลัวตัวแข็งหัวหด น้ำลายยืดตัวสั่น ขี้แตกขี้แตงเหมือนสุนัขเลี้ยงตามบ้านที่มีแต่เจ้าของโอบอุ้มปลอบโยน

เรานั้นเองที่ทำให้สุนัขปกติทั่วๆไปกลายเป็นสุนัขมีปัญหาพฤติกรรมเพราะทำอะไรที่ฝืนธรรมชาติของสุนัข และ ไม่เข้าใจจิตวิทยาสุนัข เลยทำให้เรื่องเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่จนหาทางออกไม่เจอ เรานั้นเองทำให้หมา เสียหมา

วิธีแก้

-เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เช่นน้องหมาสะดุด น้องหมาล้ม สิ่งต้องทำอันดับแรกคือ ตั้งสติ ห้ามโวยวาย ห้ามวีดว้าย และห้ามโอ๋ ห้ามพูดเสียง baby talk ถ้าอยากจะช่วยให้น้องหมาของเราไม่เป็นน้องหมาขี้กลัวในอนาคต เราต้องทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเรื่องธรรมดาๆไม่มีอะไรน่ากลัวหรือต้องตกใจอะไร จำไว้ว่า สุนัขจะตอบสนองต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามภาวะอารมณ์ของเราที่มีต่อสิ่งนั้นๆ เขาจะ copy ภาวะอารมณ์ของเรา เช่น ถ้าเรากลัวน้องหมาตัวใหญ่กัด น้องหมาของเราก็จะกลัวน้องหมาตัวใหญ่ตาม ถ้าเราไม่ชอบเสียงดังของข้างบ้าน สุนัขก็จะไม่ชอบเหมือนกัน เขาก็จะเห่าวุ่นวายเมื่อเกิดเสียงดังนั้นๆขึ้น หรือ ถ้าเราคิดว่าการที่สุนัขตกบันไดเป็นเรื่องใหญ่โตคอขาดบาดตาย เราจะทำให้สุนัขคิดตามเราว่า บันไดเป็นสิ่งที่น่ากลัวคอขาดบาดตาย แล้วในครั้งต่อๆไปเขาจะไม่กล้าขึ้นบันไดเป็นต้น

-เมื่อตั้งสติได้แล้ว ก็เดินเข้าไปตรวจสอบน้องหมาว่ามีอะไรบาดเจ็บ มีแผลหรือไม่ จำไว้ว่า ต้องเงียบที่สุด ต้องนิ่งๆ ไม่ต้องพูดอะไรดีที่สุด เมื่อสำรวจแล้วไม่มีอะไรบาดเจ็บ เราก็ดำเนินชีวิตต่อไปตามปกติ อย่าแสดงกริยาโอเวอร์แอ๊คชั่นเด็ดขาด และไม่ต้องทำตัวเป็นนางเอกเจ้าน้ำตา เพราะน้ำตาไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้
 
แต่ถ้าน้องหมามีบาดแผล เราก็เช็ดแผลใส่ยา และดำเนินชีวิตตามปกติ

-ถ้าสถานการณ์ที่ทำให้สุนัขต้องตกใจ เราต้องพาสุนัขไปเจอสถานการณ์นั้นๆใหม่อีกรอบ(ถ้าเราสามารถทำได้) เพื่อให้เขารู้ว่า ไม่มีอะไรต้องกลัว ไม่มีอะไรต้องกังวล เช่น ถ้าสุนัขพลัดตกบันได เราก็พาสุนัขเดินขึ้นบันไดใหม่ โดยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สุนัขอาจลังเลนิดหน่อย แต่ถ้าเรากระตุ้น ลองเอาขนมล่อ ของเล่นล่อ เพื่อให้เขาก้าวข้ามผ่านสิ่งที่เขาไม่มั่นใจมาได้ เขาก็จะกล้าขึ้นบันไดเหมือนเดิม และครั้งต่อๆไปหมาจะไม่กลัวบันไดอีกต่อไป

สมมติว่าน้องหมาตกใจที่ถังขยะล้ม เราก็จำลองสถานการณ์ทำถังขยะล้มขึ้นมาเอง เริ่มจากล้มเบาๆเสียงค่อยๆก่อน เพื่อให้สุนัขไม่ตกใจ แล้วก็ทำอย่างนั้นจนน้องหมาชินกับภาพและเสียงที่ถังขยะกระทบพื้น เมื่อสุนัขเคยชินก็เพิ่มให้เสียงดังขึ้นในระดับที่สุนัขรับได้ ไม่ตกใจ แล้วก็ทำซ้ำจนสุนัขเคยชินคุ้นเคยกับเสียง ทำอย่างนี้จะทำให้สุนัขไม่กลัวถังขยะล้มในครั้งต่อๆไป

นี่คือเคล็ดลับไม่ให้น้องหมากลายเป็นหมาขี้กลัว

  
ที่มา  yojajiji.bloggang.com, http://www.thaipetlovers.com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

No comments:

Post a Comment