Saturday, November 11, 2017

50 ความลับเล็ก ๆ ที่เหล่าสัตว์เลี้ยงอยากบอกให้คุณรู้


          คนรักสัตว์ส่วนใหญ่อาจจะเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทั่วไปของสัตว์แต่ละตัว ทั้งรูปร่าง ขนาด ส่วนสูง หรืออุปนิสัย แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้อมูลภาพรวมไม่ได้เจาะจงให้ลึกลงไป ทั้งที่จริง ๆ แล้วมีสิ่งที่พวกคุณควรรู้มากกว่านั้น โดยเฉพาะ 50 ความลับต่อไปนี้ของเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อย ที่อาจจะอยากบอกออกมาให้คุณได้รับรู้ ลองไปดูกันนะคะ

1. สุนัขกระดิกหาง ไม่ใช่การเชื้อเชิญให้เล่นด้วย

          การที่สุนัขกระดิกหางไม่ได้หมายความว่า พวกมันอยากจะเล่นกับคุณเสมอไป เพราะนักวิจับชาวอิตาลีพบว่า การกระดิกหางของสุนัขมีนัยยะสำคัญมากกว่านั้น โดยสุนัขจะกระดิกหางไปทางขวาเล็กน้อยเมื่อเจอบางอย่างที่พวกมันชอบ และจะกระดิกหางไปทางซ้ายเล็กน้อย เมื่อพวกมักเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างที่พวกมันต้องการหลีกหนีต่างหาก

2. แปรงแต่งขนมือสอง น้องหมาก็ใช้ได้

          หากคุณต้องการจะประหยัดค่าใช้จ่าย โดยการซื้อแปรงเก่ามาใช้ตกแต่งขนสุนัข คุณก็สามารถทำได้ไม่ว่ากัน แต่ขอให้เป็นแปรงที่เหมาสมกับขนสุนัขของคุณด้วยจากการดูลักษณะของแปรง โดยแปรงแบบยางจะช่วยให้ช่วยในเรื่องของการไหลเวียนเลือดและการกำจัดสิ่งสกปรกออกจากผิวหนัง ในขณะที่แปรงขนสัตว์สามารถช่วยกำจัดเส้นขนที่ตายแล้วได้ดีกว่า

3. อย่าใช้แสงเล่นกับแมวให้สับสน

          เพราะแสงต่าง ๆ ทำให้แมวสับสน แทนที่จะรู้สึกสนุกสนานอย่างที่คุณคิด เนื่องจากพวกมันไม่สามารถจับต้องแสงเหล่านั้นได้ และถ้าหากคุณอยากเล่นกับแมวจริง ๆ แนะนำว่า ควรใช้ของเล่นที่แมวสามารถจับต้องได้ดีกว่า

4. อย่าให้อาหารเป็นรางวัลทุกครั้ง

          ปกติเจ้าของมักจะให้ขนมเป็นของขวัญสัตว์เลี้ยงหลังการฝึกอะไรสักอย่าง ซึ่งบางครั้งปริมาณอาหารก็มากเกินกว่าที่ร่างกายของสุนัขหรือแมวต้องการ ฉะนั้นหากคุณต้องการให้รางวัลสักชิ้นกับสัตว์เลี้ยงที่สามารถทำตามคำสั่งของคุณได้ ก็ควรสับเปลี่ยนเป็นของเล่น หรือรางวัลชนิดอื่นบ้าง

5. ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผม เป่าขนสุนัข

          หากคุณอยากให้ขนสุนัขดูฟูฟ่องแทนที่จะใช้ไดร์เป่าผมแบบที่เคยทำมา ให้เปลี่ยนเป็นการใช้ผ้าเช็ดบริเวณโคนขน และหมั่นแปรงขนให้พวกมันแทนดีกว่า เพราะวิธีนี้จะช่วยดูดซับน้ำมันพร้อมกับทำให้ขนดูฟูฟ่องตามที่ต้องการ อีกทั้งยังไม่พันกันเป็นก้อนด้วย การใช้ไดร์เป่าผมบางครั้งก็ร้อนมากเกินไปจนสัตว์เลี้ยงไม่ปลื้ม

6. อย่าเร่งเร้าสุนัขในขณะที่พวกมันกำลังจะขับถ่าย

          เพราะสุนัขทุกตัวมีสัญชาตญาณที่เกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็กของโลก ดังนั้นคุณจึงไม่ควรเร่งเร้าสุนัขให้รีบ ๆ ทำธุระ ในขณะที่พวกมันกำลังเดินวนไปมา เพื่อหาสถานที่สำหรับขับถ่าย แต่ควรรออย่างใจเย็นจะดีกว่า

7. สุนัขนอนเยอะไม่ใช่เรื่องดี

          คุณอาจคิดว่าที่สุนัขนอนเยอะ ๆ เป็นเรื่องที่ดีที่จะได้พักผ่อน แต่ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป และกระทบกับบุคลิกของสุนัขด้วย ทั้งนี้แก้ไขได้โดยการพาสุนัขออกไปเดินเล่นทุก ๆ วัน หรือแค่คุณยอมเล่นกับพวกมันบ้างอย่างน้อย 20 นาทีต่อวันก็พอแล้ว

8. สุนัขที่แก่ตัวลงก็กินยากขึ้น

          สุนัขที่ค่อย ๆ แก่ตัวลง อาจจะกินได้ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน ยิ่งถ้าสุนัขของคุณเป็นโรคข้อต่ออักเสบ พวกมันจะมีความสุขมากกว่าหากคุณมีสิ่งของหรืออาหารที่ช่วยให้อาการดีขึ้น ซึ่งอาหารเสริมที่ดีต่อโรคนี้ก็คือ อาหารที่ประกอบด้วย กลูโคซามีน คอนโดรอิทิน และซัลเฟต และให้กินสลับกับอาหารทั่วไปที่เหมาะสมกับวัยของสุนัข

9. การทำหมันไม่ได้ช่วยให้สัตว์เลี้ยงเลิกฉี่สร้างอาณาเขต

          เจ้าของหลายคนอาจจะเข้าใจว่า การทำหมันจะช่วยหยุดนิสัยไม่ให้แมวหรือสุนัขฉี่สะเปะสะปะได้ ซึ่งความจริงแล้วบางตัวก็ยังมีนิสัยเดิมอยู่ โดยเฉพาะถ้าหากมีสัตว์ตัวอื่นเข้ามาอยู่ในบ้าน

10. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เป็นสัญญาณว่าอาจป่วย

          หากสุนัขของคุณกินอาหารโดยใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะหมดถ้วย ทั้งที่ปกติสามารถกินหมดภายในเวลาไม่กี่นาที หรือแสดงอาการเหนื่อยเร็ว มีปริมาณฉี่มากผิดปกติ และดื่มน้ำมากกว่าทุก ๆ วัน ควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน เพราะสุนัขอาจกำลังป่วยอยู่ก็ได้

11. เลี้ยงไว้ในบ้านไม่ใช่เรื่องแปลก

          ไม่ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณจะเป็นแมวหรือสุนัข จะส่งผลดีกับพวกมันมากกว่าหากคุณจะเลี้ยงพวกมันเอาไว้ภายในบ้านเพียงอย่างเดียว เพราะพวกมันก็ไม่อยากถูกรถชน โดนขโมย หรือหายตัวไปจากครอบครัวอันเป็นที่รักของพวกมันรักนักหรอก

12. ควรแนะนำคนแปลกหน้าตั้งแต่สัตว์เลี้ยงยังเด็ก

          ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าว่า ควรให้สุนัขทำความรู้จักกับคนหน้าใหม่จำนวน 100 คน ที่มีขนาดลำตัว เพศ และเชื้อชาติที่แตกต่างกันในช่วง 100 วันแรกนับตั้งแต่ที่สุนัขลืมตาดูโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นควรมีคนที่สวมหมวก ใส่แว่น หรือมีเครื่องประดับที่คิดว่าสามารถทำให้พวกมันรู้สึกกลัวได้รวมอยู่ด้วย เพื่อให้สุนัขสามารถแยกแยะได้นั่นเอง

13. สุนัขเอาก้นถูพรมไม่ใช่เรื่องน่ารัก

          หลาคนอาจจะคิดว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องน่ารัก แต่ความจริงแล้วหากคุณเห็นสุนัขเอาก้นถูกับพรม นั่นหมายความว่า พวกมันกำลังคันและมีอะไรผิดปกติ เมื่อเป็นเช่นนั้นเจ้าของก็ควรพาสุนัขไปพบกับสัตวแพทย์ เพราะอาจจะเป็นโรคต่อมข้างก้นอักเสบ พยาธิ หรือโรคผิวหนังก็ได้

14. หาวิธีรับมือกับสัตว์เลี้ยงก่อนพาเพื่อนใหม่เข้าบ้าน

          หากคุณต้องการจะนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน ควรถามเทรนเนอร์หรือหาวิธีทดสอบอารมณ์สัตว์เลี้ยงเพื่อดูปฏิกิริยาตอบรับเสียก่อน เพื่อหาวิธีรับมือหากมีปัญหาเขม่นกันขึ้น หรือสัตว์เลี้ยงตัวเก่าตรอมใจจนหมดเรี่ยวแรง

15. อยากให้สุนัขสนใจ ไม่ต้องใช้ของสำหรับสุนัขก็ได้

          หากคุณต้องการให้สุนัขหันมาสนใจคุณ เมื่อคุณต้องการจะฝึกพวกมันล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หรือขนมเฉพาะสุนัขมาหลอกล่อหรอก ขอแค่เป็นของที่มีประกายแวววาว หรืออาหารหอม ๆ อย่างเช่น ไก่ทอด ก็ได้ผลแล้ว

16. หากเห็นสุนัขหรือแมวกินหญ้าไม่ต้องตกใจ

          ที่บอกว่าไม่ต้องตกใจหรือจำเป็นต้องเข้าไปห้ามเมื่อเห็นสุนัขกินหญ้า ก็เพราะในขณะนั้นสุนัขอาจจะพยายามรักษาตัวเอง ต้องการสารอาหารมากขึ้น หรือแค่เคี้ยวเล่น ๆ ไปตามสัญชาตญาณเท่านั้นเอง หากจะห้ามก็ควรห้ามสุนัขที่กำลังจะกินหญ้าเคลือบยาฆ่าแมลงดีกว่า

17. เสื้อผ้าที่กองบนพื้น อาจถูกแทะแบบไม่รู้ตัว

          อย่าคิดว่าสัตว์เลี้ยงจะไม่สนใจกองเสื้อผ้าของคุณ โดยเฉพาะชุดชั้นใน เพราะพวกมันอาจจะนำมาแทะหรือกัดกินจนเสียหายได้ ซึ่งสิ่งนี้สามารถยืนยันได้จากรายงานของสัตวแพทย์ ที่มีรายงานการผ่าตัดเสื้อผ้าออกจากท้องของสุนัขกว่าร้อยชิ้นในแต่ละปี

18. พาสุนัขไปเลือกที่นอนด้วยตัวเองยิ่งดี

          ความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และสุนัขก็มีความรู้สึกแบบเดียวกันนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากคุณคิดจะเลือกที่นอนให้กับสุนัข ทางที่ดีควรพาสุนัขไปเลือกด้วยตัวเองดีกว่า หรือเลือกที่นอนให้เหมาะสมกับลักษณะการนอนของพวกมัน ถ้าหากพวกมันชอบนอนโดยยื่นขาออกมาข้างหน้าควรเลือกที่นอนแบบราบและเปิดด้านข้าง แต่ถ้าหากสุนัขชอบนอนขดตัวก็ให้เลือกแบบที่มีขอบเตียง เป็นต้น

19. สุนัขกับเด็ก เปล่าเข้ากันไม่ได้อย่างที่คิด

          สุนัขอาจจะไม่ได้เข้ากับเด็กได้ดีอย่างที่คิด โดยเฉพาะถ้าหากคุณเห็นว่า สุนัขกำลังเลีย ลดหูไปด้านหลัง หันหัวไปทางอื่น หรือหาวบ่อย ๆ ในขณะที่เด็ก ๆ กำลังเล่นอยู่กับสุนัขแล้วล่ะก็ อยากให้รู้เอาไว้ว่าตอนนี้สุนัขกำลังไม่พอใจเป็นอย่างมาก และคงจะดีกว่าหากคุณจะช่วยห้ามเด็ก ๆ ไม่ให้ดึงหาง ก่อนที่สุนัขจะสูญเสียหางของมันไป

20.  อย่าตัดขนสุนัขเพราะคิดว่าพวกมันจะร้อน

          ไม่ว่าเครื่องตรวจจับอุณหภูมิจะแสดงระดับความร้อนกี่องศา และขนของสุนัขจะยาวแค่ไหน สุนัขก็ไม่ได้ต้องการหรือขอร้องให้คุณช่วยตัดขนพวกมันอยู่ดี เนื่องจากพวกมันมีกลไกที่ช่วยป้องกันความร้อนในตัวอยู่แล้ว หากคิดจะช่วยก็แค่พาพวกมันไปอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น ส่วนคุณก็แค่หมั่นแปรงขน และปรับระบบระบายอากาศให้ดีขึ้นก็พอ

21. อย่าปล่อยสุนัขไว้ในสวนแล้วคิดว่าพวกมันสนุก

          หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า สุนัขจะรู้สึกสนุกสนานมากกว่าหากพาพวกมันไปปล่อยทิ้งไว้ที่หลังบ้าน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะสุนัขจะเดินไปหลบอยู่ที่มุมแล้วนอนรอให้คุณเดินกลับมาหาพวกมัน และจะยินดีมากกว่าหากคุณยอมวิ่งเล่นไปกับพวกมันด้วยมากกว่า

22. สุนัขส่วนใหญ่ชอบเล่นจับจานบิน แต่ควรเลือกคุณภาพด้วย

          เพราะจานบินบางยี่ห้อเป็นพลาสติกแข็ง ซึ่งค่อนข้างเป็นอันตรายกับฟันและเหงือกของสุนัข ดังนั้นหากคุณต้องการจะเล่นกับพวกมันควรหาจานบินที่ทำจากพลาสติกนิ่ม ๆ หรือสามารถยืดหยุ่นได้ดีกว่า

23. สุนัขไม่ชินกับคนแปลกหน้า และอย่าเอามือไปจับ

          นอกจากนี้สุนัขยังอยากให้เจ้าของรู้เอาไว้ว่า พวกมันไม่รู้สึกยินดีเลยสักครั้งหากมีคนแปลกหน้ามาแตะต้องตัวพวกมัน และก็ไม่ต้องแปลกใจหากพวกมันจะกัด เพราะคนแปลกหน้าก็เหมือนชิ้นเนื้อดี ๆ นี่เอง ซึ่งคงจะดีกว่าหากให้คนแปลกหน้ายื่นมือมาให้พวกมันดมกลิ่นก่อน ก่อนที่จะจับหรือลูบขน

24. การถอดเล็บแมว เจ็บปวดและไม่ใช่เรื่องดี

          เจ้าของหลายคนตัดสินใจถอดเล็บแมวออก เพราะไม่อยากให้ข้าวของเสียหาย ซึ่งการถอดเล็บแมวก็ไม่ต่างอะไรจากการตัดนิ้วมือ ที่นอกจากจะเจ็บปวดมากแล้วยังทำให้พวกมันไม่เหลือความเป็นแมวอีกเลยด้วย

25. แมวฉี่นอกกระบะทรายเพราะความเครียด

          หากคุณเห็นแมวฉี่นอกกระบะทราย ก็อยากให้รู้เอาไว้ว่า พวกมันไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอกนะ เพราะพวกมันจะทำแบบนั้นก็ต่อเมื่่อตกอยู่ในภาวะเครียด หรือกังวล อย่างเช่น มีคนแปลกหน้า สัตว์เลี้ยงตัวอื่น หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ เข้ามาอยู่ในบ้าน

26. บ้านหมา บ้านแมว ดีไซน์แปลก อาจไม่ได้อยู่สบาย

          หยุดคิดสักนิดก่อนซื้อบ้านแมว หรือบ้านหมา หน้าตาแปลก ๆ ถึงแม้ว่ามันจะดูสวยงามดีอยู่ แต่สัตว์เลี้ยงของคุณไม่ได้อยากอยู่ในบ้านหน้าตาประหลาด แต่นอนไม่สบายหรอกนะ ลองเลือกบ้านหน้าตาพื้น ๆ แต่ให้สัตว์เลี้ยงอยู่แล้วมีความสุขดีกว่าเยอะ

27. แมวทุกตัวสามารถฝึกให้ทำตามคำสั่งของคุณได้

          หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า การฝึกแมวเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทั้งที่จริงแล้วสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการเรียนรู้ทริคการสอนจากในเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั้งการสั่งให้นั่ง ยืน กระโดดข้ามห่วง เดินมาหา หรือแม้แต่แตะมือกับคุณ เป็นต้น

28. แมวเกร็งตัวเมื่อเอามือลูบหลัง ให้ระวังเอาไว้

          หากแมวตัวแข็งทื่อทุกครั้งที่คุณวางมือลงบนหลังของพวกมันให้ระวังให้ดี เพราะจากการศึกษาในปี 2013 ที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Physiology and Behavior ระบุว่า แมวที่ยืนตัวแข็งทื่อหลังจากที่มีคนลูบหลังมักจะเป็นแมวที่มีความเครียดสูงกว่าแมวที่เดินหนีการสัมผัส

29. แมวมองโลกแบบแนวตั้ง ไม่ใช่แนวนอน

          ฉะนั้นอย่าเพิ่งโกรธแมวของตัวเอง หากพวกมันบังเอิญทำของตกหรือหล่นจากที่สูง และคงจะดีกว่าหากมีทางพิเศษสำหรับแมวไว้รอบ ๆ ห้อง โดยการทำชั้นวางเป็นทางเดินให้กับแมว เพื่อให้แมวสามารถเดินลงมาที่พื้นหลังจากกระโดดขึ้นไปอยู่บนที่สูง ๆ ได้

30. เสียงครางของแมวไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป

          แม้คุณจะได้ยินเสียงครางของแมว ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันกำลังมีความสุขเสมอไปหรอกนะ เพราะการครางของแมวยังสามารถบ่งบอกถึง อาการเจ็บป่วย หรือกำลังกลัวสุดขีดด้วย ตามปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ

31. คิดให้รอบคอบก่อนหาสัตว์เลี้ยงใหม่เข้าบ้าน
 
          หากคุณคิดจะคิดนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาในบ้าน ควรจะปรึกษากับสัตวแพทย์ก่อน เกี่ยวกับการแนะนำให้พวกมันทำความรู้จักซึ่งกันและกัน เพราะการจับพวกมันไปไว้ในห้องเดียวกันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องเลย อีกทั้งอาจจะทำให้พวกมันทะเลาะกันด้วย ส่วนคนที่มีสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมากแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องหาเพื่อนใหม่ให้พวกมันหรอกนะ เพราะพวกมันเคยชินกับการอยู่ตัวเดียวแล้ว และอยู่ได้สบายมาก

32. แมวเอาก้นมาใกล้หน้า อย่าเพิ่งโกรธ

          การที่แมวทำแบบนี้ไม่ได้ต้องการจะกวนหรือแกล้งคุณ แต่เป็นเพราะพวกมันอยากให้คุณช่วยทำความสะอาดก้นให้เหมือนกับตอนที่อยู่กับแม่แท้ ๆ ของพวกมันนั่นเอง

33. ซื้อของเล่นให้แมวไม่ต้องแพงนักก็ได้

          แมวทุกตัวต่างก็ชอบมีของเล่นด้วยกันทั้งนั้น แต่แมวไม่ได้เลือกของแพงมียี่ห้อสักหน่อย เพราะของธรรมดา ๆ ก็สามารถนำมาทำเป็นของเล่นให้แมวเล่นได้เหมือนกัน อย่างเช่น กล่องกระดาษ ถุงพลาสติก ขยำฟอยล์ห่ออาหารให้เป็นลูกบอลกลม ๆ หรืออะไรก็ตามที่ดูแวววาวมีประกายและสะท้อนแสงได้ แค่นี้ก็ทำให้แมวมีความสุขแล้วล่ะ

34. สอนสัตว์เลี้ยงได้ทันที ไม่ต้องรอครบ 6 เดือน

          หากคุณคิดจะสอนหรือสั่งห้ามไม่ให้สัตว์เลี้ยงทำอะไร ก็สามารถฝึกได้เลยทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงกำหนด 6 เดือนตามตำรา แต่ต้องแน่ใจว่าเจ้าสัตว์เลี้ยงของคุณรับรู้ได้ครบถ้วนแล้วนะคะ

35. อย่าไล่ตะเพิดสุนัข เมื่อพวกมันมาต้อนรับเจ้านายกลับบ้าน

          สุนัขจะรู้สึกสับสนทันทีหากคุณไล่ตะเพิดพวกมัน หลังจากที่พวกมันกระโดดใส่เพื่อต้อนรับเจ้านายกลับบ้าน ในเมื่อทุกคนต่างก็อยากได้สัตว์เลี้ยงที่ดี ฉะนั้นไม่ควรทำให้พวกมันรู้สึกสับสน โดยการไล่ตะเพิดพวกมันออกไป แค่เพราะพวกมันพยายามจะกระโดดใส่คุณอย่างดีใจเท่านั้น

36. เตรียมที่ฝนเล็บให้สัตว์เลี้ยงดีกว่าเสี่ยงเฟอร์นิเจอร์พัง

          คุณควรจะหาผ้าเก่า ๆ หรือสิ่งของอื่น ๆ อย่างเช่น อะลูมิเนียมฟอยล์ แผ่นพลาสติก และเทปกาว มาห่อหุ้มเฟอร์นิเจอร์ในบ้านเอาไว้ เพราะอย่างน้อยสิ่งของเหล่านี้ก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนได้ชั้นหนึ่ง จากนั้นก็เอาที่อุปกรณ์สำหรับฝนเล็บโดยเฉพาะ มาสอนให้สัตว์เลี้ยงฝึกข่วนอย่างเป็นที่

37. อย่ายอมให้สัตว์เลี้ยงนอนบนโซฟาตั้งแต่ยังเด็ก

          ถ้าคุณยอมให้สัตว์เลี้ยงนอนบนโซฟาของคุณ ในขณะที่พวกมันยังตัวเล็ก ๆ และน่ารักอยู่ล่ะก็ พวกมันก็จะเคยชินกับการนอนบนโซฟา และคิดว่าเป็นสิ่งที่พวกมันสามารถทำได้ ไม่ว่าพวกมันจะโตขึ้นกี่ปีแล้วก็ตาม คราวนี้จะไล่ก็ยากแล้วนะ

38. สุนัขอายุมากก็ยังเรียนรู้ได้

          เจ้าของหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า สุนัขมีอายุจะฝึกยาก ทั้งที่จริงแล้วเจ้าของสามารถฝึกฝนสุนัขให้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ได้ตลอดชีวิตของพวกมันเลย ไม่ว่าพวกมันจะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม

39. ให้สุนัขดมฉี่ตัวเอง เพื่อฉี่จุดเดิมไม่ได้ผลเสมอไป

          หากคุณเคยทำแบบนี้เพราะต้องการให้พวกมันฉี่จุด ๆ เดียวแล้วล่ะก็ คุณคิดผิดแล้วล่ะ เพราะพวกมันไม่รู้หรอกว่า คุณทำแบบนั้นไปทำไม และแทนที่จะทำแบบนั้น คุณควรพาพวกมันออกไปนอกบ้าน เมื่อเห็นพวกมันมีทีท่าว่าจะฉี่ดีกว่า

40. หาของมาล่อสุนัขเมื่ออยากใส่สายจูงพาไปเดินเล่น

          หากคุณต้องการใส่สายจูงให้กับสุนัข คุณก็ควรจะหาสิ่งของมาดึงดูความสนใจพวกมันด้วย เมื่อเห็นว่าพวกมันพยายามหันหันไปทางอื่น เดินหนี หรือหยุดเดินแบบไม่มีเหตุผลในขณะที่คุณพาพวกมันไปเดินเล่น เพราะสิ่งของเหล่านั้นจะช่วยให้สุนัขอยากรู้สึกอยากเดิน และทำตามคำสั่งของคุณขณะใส่สายจูงมากกว่า

41. พื้นผิวขรุขระบนโซฟา ช่วยแก้ปัญหาสัตว์เลี้ยงขึ้นมานอนได้

          หากคุณเหนื่อยกับการปัดขนแมวหรือขนสุนัขออกจากโซฟา คุณควรหาแผ่นพลาสติกที่มีผิวขรุขระ หรือเสื่อปูพื้นสำหรับรถยนต์แล้วนำมาวางบนโซฟา เท่านี้สัตว์เลี้ยงของคุณไม่ขึ้นมานอนบนโซฟาแล้วล่ะ เพราะพวกมันไม่ชอบนอนบนอุปกรณ์ขรุขระเหล่านี้สักเท่าไหร่

42. สุนัขเห่า กระโดด รื้อข้าวของ เพราะเรียกร้องความสนใจ

          หากเห็นสุนัขเห่า กระโดด หรือพยายามทึ้ง ดึงสิ่งของลงจากโต๊ะ อย่าเพิ่งดุหรือตีพวกมันนะ เพราะพวกมันไม่ได้ตั้งใจจะทำลายข้าวของของคุณหรอก แต่สุนัขกำลังอ้อนวอนให้คุณวางโทรศัพท์แล้วหันมาเล่นกับพวกมันบ้างต่างหาก

43.  ควรปลอบสุนัขเวลาฟ้าร้อง

          หากสุนัขของคุณกลัวฟ้าร้อง หรืออะไรก็ตามที่ส่งเสียงดัง ควรหาผ้ามาคลุมให้พวกมันด้วย หากไม่มีผ้าหรือเสื้อมาคลุมตัวพวกมัน ก็อาจจะอุ้มพวกมันมากอดเอาไว้กับตัวก็ได้ หรือจะลูบขนช่วงลำตัวเบา ๆ ก็เป็นวิธีที่ช่วยลดความตึงเครียดให้กับพวกมันได้เช่นเดียวกัน

44. อาหารบางชนิดก็ไม่ดีกับสัตว์เลี้ยง

          อย่าลืมว่าระบบย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยงแตกต่างกับคนโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงกินอาหารสุ่มสี่สุ่มห้า โดยเฉพาะลูกเกด องุ่น สาเหตุหลักที่ทำให้สุนัขเป็นโรคไตได้ นอกจากนี้ยังมีอาหารอันตรายอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่ควรให้พวกมันกิน ซึ่งรวมไปถึง ช็อกโกแลต กาแฟ แมคคาเดเมีย ถั่วต่าง ๆ และอะโวคาโด

45. ถ้าอยากให้ขนของสัตว์เลี้ยงเส้นเล็กและดูเงางาม
 
          คุณควรจะเลือกอาหารที่ประกอบด้วยกรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งอาหารสัตว์เลี้ยงที่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่ก็จะมีสารอาหารตัวนี้กับสารอาหารอื่น ๆ ในปริมาณที่สมดุลและเพียงพอกับความต้องการอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเป็นอาหารที่เจ้าของทำขึ้นเองมักจะมีสารอาหารที่ไม่สมดุล หรือไม่เพียงพอกับความต้องการ ก็เลยส่งผลให้ของสัตว์เลี้ยงดูแข็ง ๆ และหยาบกระด้างนั่นเอง

46. สารอาหารควรมีให้ครบถ้วน

          เช็กประเภทอาหารและปริมาณสารอาหารที่สัตว์เลี้ยงต้องการ ก่อนทำอาหารให้พวกมันกิน เพราะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกาเผยว่า ในปี 2013 มีสุนัขจำนวน 95 เปอร์เซ็นต์เป็นโรคขาดสารอาหาร เนื่องจากอาหารที่ทำโดยเจ้าของมักมีสารอาหารไม่ครบถ้วน

47. ไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณาเกี่ยวกับอาหารของสัตว์เลี้ยงมากจนเกินไป

          จริงอยู่ที่การให้สัตว์เลี้ยงของคุณกินอาหารเม็ดเป็นส่วนสำคัญในการช่วยปรับสมดุลสารอาหารในร่างกายของพวกมัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าอาหารเหล่านั้นจะเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงทุกตัวเสมอไป ทางที่ดีแนะนำว่า หากคิดจะซื้ออาหารยี่ห้อใหม่มาให้สัตว์เลี้ยงกิน ก็ควรจะปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนดีกว่า

48. หากคุณให้สุนัขกินอาหารดิบ พวกมันอาจจะตายด้วยโรคฟันร้าวหรือติดเชื้อได้

          นอกจากนี้การให้สุนัขกินอาหารดิบยังเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคภูมิคุ้มกันอ่อนแอในสุนัขด้วย ก็เลยเป็นสาเหตุให้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของประเทศสหรัฐอเมริกา และองค์กรอื่น ๆ ต่อต้านการให้สุนัขกินอาหารดิบนั่นเอง

49. หากสุนัขหายตัวไป

          สิ่งแรกที่คุณควรทำก็คือ ให้ลองโทรศัพท์หาสถานที่รับเลี้ยงสุนัขที่อยู่ห่างออกไปจากบ้านของคุณในระยะ 10 กิโลเมตร จากนั้นจึงค่อยสอบถามหรือตามหาจากสถานที่ที่คาดว่าพวกมันจะไป และสถานรับเลี้ยงสัตว์ใกล้ ๆ บ้าน แล้วประกาศตามหาสัตว์เลี้ยงอีกครั้งหากยังไม่พบสัตว์เลี้ยงตามวิธีที่กล่าวมาข้างต้น

50. อาหารของสัตว์เลี้ยงควรมีการรับรองอย่างถูกต้อง

          หากคุณคิดจะซื้ออาหารให้สัตว์เลี้ยงกิน บนถุงอาหารควรมีการรับรองมาตรฐานระบุไว้ด้วย เพราะอาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่ได้คุณภาพและมีสารอาหารตามที่สุนัขต้องการอย่างครบถ้วน


          ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความลับของสัตว์เลี้ยงที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะช่วยให้คุณมีความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ และดูแลพวกมันกันอย่างถูกต้องด้วยวิธีที่เหมาะสมมากขึ้นนะคะ


เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/574983077398303800/

No comments:

Post a Comment