Friday, May 3, 2013

เชา เชา เจ้าหมีน้อย




      สุนัขพันธุ์ หนึ่งที่มองดูแล้วอาจจะไม่เหมือนกับสุนัขที่มองเห็นกันอยู่อย่างดาดดื่น มิหนำซ้ำรูปร่างหน้าตายังกระเดียดไปทางหมีเสียมากกว่าจนบางครั้งถึงกับมีผู้ ขนานนามให้ว่า "เจ้าหมีน้อย" ด้วยรูปร่างที่ถูกปกคลุมไปด้วยขนอันหนาแน่น หน้าตาท่าทางฉายแววของความสุขุมและจริงจัง ลำตัวล่ำสัน แขนขาใหญ่และมีพลัง มีนิสัยรักสงบและนิ่งเฉยมากกว่าที่จะขี้เล่นขี้ประจบ จะมีใครเคยคิดมาก่อนไหมว่า สุนัขพันธุ์เชา เชา ที่เรากำลังจะแนะนะให้ท่านรู้จักมีประวัติศาสตร์สายพันธุ์มายาวนานมากกว่า 2,000 ปี
 
     ปัจจุบันสุนัขพันธุ์เชา เชา จัดเป็นสุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนหรือดูเล่น เป็นสุนัขที่จัดว่าเป็นยอดของความสวยงามพันธุ์หนึ่ง โดยเฉพาะขนที่หนาแน่นปกคลุมอยู่ทั่วเรือนร่างถือเป็นลักษณะที่โดดเด่นของสายพันธุ์ ลักษณะเด่นอีกอย่างที่ไม่พบในสุนัขพันธุ์อื่น คือ เชา เชา เป็นสุนัขที่มีลิ้นเป็นสีดำอมน้ำเงินเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว
 
     สุนัขพันธุ์ เชา เชา ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก สำหรับประเทศไทยสุนัขพันธุ์เชา เชา จัดว่าเป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมในเกณฑ์สูง และจัดว่าเป็นสุนัขที่ค่อนข้างมีระดับ เหตุเพราะว่าเป็นสุนัขที่มีราคาแพง ดังนั้นกลุ่มผู้เลี้ยงจึงยังจำกัดอยู่ในหมู่ของคนที่มีฐานะ แต่ในอนาคตถ้าสุนัขมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น สุนัขพันธุ์เชา เชา น่าจะเป็นสุนัขอีกพันธุ์หนึ่งที่เลี้ยงกันได้ทุกระดับในบ้านเรา และถือเป็นสุนัขของมหาชนเช่นเดียวกับพันธุ์อื่น ๆ
 
     จากการที่เชา เชา มีขนหนาแน่นปกคลุมอยู่ทั่วตัว ทำให้ร่างกายอุ้มความร้อน ดังนั้นเชา เชา จึงชอบอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศเย็น ในสภาพอากาศที่ร้อนอย่างในประเทศไทย มักจะทำให้เหนื่อยง่ายและเฉื่อยชา แต่อย่างไรก็ตามการที่ เชา เชา มีการขยายพันธุ์ในเมืองไทยหลาย ๆ รุ่น (Generation) ทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับอากาศในเมืองไทยได้พอสมควร

ประวัติความเป็นมา

     เป็นที่น่าเสียดายที่จักรพรรดิบางองค์ของประเทศจีนได้ทำลายหลักฐานบางอย่างของบรรพบุรุษของเชา เชา ลงไป จึงเป็นเรื่องยากที่จะหาหลักฐานอ้างอิงที่แน่นอน เมื่อนับย้อนหลังไปถึงในสมัยราชวงศ์ฮั่น หรือเมื่อประมาณ 150 ปีก่อนคริสตศักราช มีสถานที่ที่หนึ่งซึ่งเป็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่าได้ใช้เชา เชา สำหรับการล่าสัตว์ในยุคนั้น จึงเป็นที่เชื่อกันว่าสุนัขพันธุ์เชา เชา เป็นสุนัขสายพันธุ์เก่าแก่ที่ถือกำเนิดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2000 ปี ในขณะที่มีผู้ทำการศึกษาและเชื่อกันว่า จุดกำเนิดของสุนัขพันธุ์ เชา เชา นับย้อนหลังไปได้นานกว่านั้นมาก ดังนั้นจึงจัดได้ว่าเชา เชา เป็นสุนัขดั้งเดิมตั้งแต่สมัยโบราณที่มีอายุของประวัติศาสตร์ยาวนานมากพันธุ์หนึ่ง
 
     ในบางทฤษฎีให้ข้อสันนิษฐานว่าเชา เชา มีกำเนิดมาจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างสุนัขพันธุ์มาสตีฟแห่งธิเบตและพันธุ์ซามอยจากตอนเหนือของไซบีเรีย เป็นที่แน่นอนที่เชา เชา มีลักษณะของสุนัขสองพันธุ์นี้ผสมผสานอยู่ในรูปร่าง แต่มีข้อโต้แย้งที่ทำให้เชื่อว่าทฤษฎีนี้ไม่เป็นความจริงโดยอาศัยความจริงที่ว่า สุนัขพันธุ์เชา เชา เป็นสุนัขเพียงพันธุ์เดียวในโลกที่มีลิ้นเป็นสีดำปนน้ำเงิน ความจริงตรงนี้เองที่ทำให้ยืนยันได้ว่าเชา เชา เป็นสุนัขพันธุ์แท้ดั้งเดิม และขณะเดียวกันอาจจะเป็นบรรพบุรุษของสุนัขพันธุ์ ซามอย,นอร์วิเกียน,เอิล์ตฮาวด์,ดีซอน และปอมเมราเนียน ซึ่งสุนัขทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้มีลักษณะใกล้เคียงกัน
 
     แม้ว่าในปัจจุบันสุนัขพันธุ์เชา เชา จะเป็นสุนัขที่มีจุดเด่นที่ความสวยงาม และเลี้ยงกันเป็นแฟชั่นนิยม แต่ในอดีตมีหลักฐานมากมายในประเทศจีนที่ชี้ชัดว่า เชา เชา เป็นสุนัขที่ใช้ในเกมส์กีฬามาเป็นเวลาหลายร้อยปีในสมัยจักรพรรดิถัง (ประมาณคริสตศตวรรษที่ 7 ) พระองค์มีสุนัขพันธุ์ เชา เชา ถึง 2,500 คู่ และมีทหารที่ช่วยในการล่าสัตว์ถึง 10,000 คน
 
     สุนัขพันธุ์เชา เชา เป็นสุนัขที่มีพรสวรรค์อย่างประหลาด เพราะสามารถทำงานทั้งหมดของสุนัขเกือบทุกพันธุ์ได้ เชา เชา มีชื่อเสียงในการดมกลิ่นอย่างดีเลิศโดยสามารถกำหนดจุดได้ มีความเฉลียวฉลาดในกลวิธีการล่าสัตว์ ชาวนาในประเทศมองโกเลีย และในมณฑลยูนาน มีความนิยมชมชอบในเชา เชา มาก และประทับใจในความเร็วและความทรหดอดทน

 
     มีหลักฐานที่แน่ชัดเชื่อได้ว่า เชา เชา มีแหล่งกำเนิดอยู่ทางตอนเหนือสุดของจีน แต่กลับเป็นเรื่องประหลาดที่พบว่าเชา เชา เป็นที่นิยมมากทางตอนใต้ของประเทศ โดยเฉพาะในเมืองกวางตุ้งและเมืองใกล้เคียง ในเมืองเหล่านั้นถือกันว่าเป็นเชา เชา พันธุ์แท้ และมักจะถูกเรียกว่า สุนัขลิ้นดำ หรือสุนัขปากดำ ในทางตอนเหนือของเมืองไผ่ปิง เขา เชา ถูกขนานนามว่า สุนัขหมาป่า สุนัขหมี สุนัขลิ้นดำ หรือสุนัขกวางตุ้ง
 
     การอธิบายถึงรายละเอียดของโครงสร้างสุนัขพันธุ์ เชา เชา ถูกเขียนขึ้นเป็นครั้งแรกโดยผ่านสาธุคุณกิลเบิร์ด ไวท์ อธิการบดีแห่งเซลบอร์น ประเทศอังกฤษ และต่อมาได้ตีพิมพ์ในหนังสือประวัติศาสตร์ธรรมชาติและช่วงต้นของยุคประวัติศาสตร์ (Natural History and Antiquities of Selborne) รายละเอียดที่สมบูรณ์ฉบับหนึ่งแสดงให้เห็นว่า เชา เชา ในสมัยโน้นไม่แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก จากบันทึกได้กล่าวว่าเพื่อบ้านของท่านอธิการบดีเป็นผู้นำสุนัข เชา เชา มาจากเมืองกวางตุ้ง โดยเรือของบริษัท อินเดียตะวันออกในปี 1780 

     สุนัข เชา เชา เริ่มมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมในประเทศอังกฤษในปี 1880 โดยพระนางเจ้าวิคตอเรียทรงให้ความสนพระทัย สมาคมสุนัขพันธุ์เชา เชา ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศอังกฤษในปี 1985 ส่วนในประเทศอเมริกามีการโชว์สุนัขพันธุ์ เชา เชา ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1980 ในครั้งนั้นเชา เชา ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า ทัคยา (Takya) โดยมีนางสาวเอ.ซี.เดอร์บี้ เป็นเจ้าของ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงเมื่อสามารถพิชิตรางวัลในประเภททั่วไป และนับตั้งแต่ปี 1901 เชา เชา เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายขึ้นจวบจนปัจจุบัน เชา เชา เป็นสุนัขพันธุ์หนึ่งที่ก่อตั้งเป็นสมาคมได้อย่างมั่นคง


มาตรฐานของสายพันธุ์

    
ลักษณะโดยทั่วไป
     เชา เชา เป็นสุนัขที่เต็มไปด้วยพละกำลัง ลำตัวสั้นกระทัดรัด มีความแคล่วคล่องว่องไวและตื่นตัวอยู่เสมอ มีมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและมีโครงสร้างที่สมดุลมาก  ลำตัวเป็นสี่เหลี่ยม ศีรษะกว้างและแบน สันจมูกกว้างและสั้น มีขนขึ้นหนาแน่นโดยเฉพาะที่รอบคอ ขาใหญ่ตั้งตรงและแข็งแรง ขนมีความมันเป็นประกาย ลักษณะโดดเด่นของเชา เชา คือมีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ มีความสง่างาม และมีความเป็นธรรมชาติ เปรียบเหมือนกับเป็นราชา หน้าตาดุดันแข็งขัน สงบและวางท่าอย่างสุขุมเป็นผู้ดี มีความเป็นอิสระของตนเอง และมีการตัดสินใจที่ดี
 
     ศีรษะ
     มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดรูปร่าง มีกระโหลกศีรษะแบนกว้าง มีสตอปชัดเจน ลักษณะหน้าตายฉายแววของความทรนงองอาจ สันจมูกสั้นและกว้างเมื่อเทียบกับความยาวของกระโหลกจากตาจนถึงปลายจมูก ริมฝีปากเต็มและยื่น ฟันแข็งแรงและสบกันพอดี จมูกใหญ่กว้างและมีสีดำ ถ้าจมูกมีลายจุดหรือมีสีอื่นที่เห็นได้ชัดเจนนอกจากสีดำถือว่าขาดคุณสมบัติ ยกเว้น เชา เชา ที่มีเทาน้ำเงิน จมูกอาจมีสีเทาน้ำเงินได้ ลิ้นมีสีดำออกน้ำเงิน เนื้อเยื่อในปากควรออกสีดำ ถ้าลิ้นมีสีชมพูแดงหรือมีจุดสีแดงจนเห็นได้ชัดถือว่าขาดคุณสมบัติ ตามีสีดำขนาดปานกลาง รูปร่างเรียวคล้ายผลอัลมอนด์ ใบหูเล็ก ตรงปลายหูจะมีความโค้งมนเล็กน้อย หูแข็ง ตั้งขึ้น เอียงออกด้านข้างและด้านหน้าเล็กน้อย ถ้าหูตกข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างถือว่าขาดคุณสมบัติ

     ลำตัว
     สั้นกระทัดรัด มีซี่โครงผายออกอย่างดี
 
     คอ
     กลมและแข็งแรง

     อก
     กว้างและลึกเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ถ้าหน้าอกแฟบถือว่าเป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรง
 
     ลำตัว
     เส้นหลังสั้นและตรง เอวกว้างและลึกออกลักษณะค่อนข้างกลม
 
     ขาหน้า
     ขาหน้าตั้งตรง กระดูกมีขนาดใหญ่ มีมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ข้อเท้าขาหน้าตั้งตรง
 
     ขาหลัง
     ข้อเท้าขาหลังตั้งตรง กระดูกใหญ่และมีมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ปลายเท้ากลมกระทัดรัดเหมือนแมว และมีอุ้งเท้าที่หนนุ่ม
 
     ท่าทางการเดิน
     มีท่าทางการเดินที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวโดยแท้จริง มีความสง่างามเพราะว่าข้อเท้าขาหลังตั้งตรง
 
     ขน
     ดกหนา เส้นขนเหยียดตรง ขนชั้นนอกค่อนข้างหยาบ ขนชั้นในนุ่ม มีสีสดใสและเป็นสีเดียวกันตลอด อาจมีเฉดสีแตกต่างออกไปเล็กน้อยตรงแผงคอที่หางและก้น สีที่พบได้คือ ดำ แดง น้ำตาล และขาว ที่สำคัญคือ เชา เชา ต้องมีสีเดียวตลอดทั้งตัว
 
     ส่วนสูงและน้ำหนัก
     ส่วนสูง 19-20 นิ้ว น้ำหนัก 24-27 กิโลกรัม ส่วนสูงต่ำสุดที่ยอมรับได้คือ 18 นิ้ว

 
ลักษณะที่ขาดคุณสมบัติ

     1. จมูกมีจุดสีหรือมีสีอื่นที่เห็นได้ชัด นอกจากสีดำ ยกเว้น เชา เชา ที่มีสีฟ้าซึ่งจมูกอาจมีสีฟ้าหรือสีฟ้าปนเทา
     2. ลิ้นมีสีแดงหรือชมพู หรือมีจุดสีแดงหรือสึชมพูเห็นได้ชัด
     3. หูตกข้างใดข้างหนึ่งหรือสองข้าง

สรุป

     ถึงแม้ว่าในปัจจุบันสุนัขพันธุ์ เชา เชา กลายมาเป็นสุนัขที่เลี้ยงไว้ดูเล่น เป็นเพื่อน หรือตามแฟชั่นนิยม โดยจุดเด่นของเชา เชา อยู่ที่ความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น แต่ต้องไม่ลืมว่า เชา เชา ในอดีตเป็นสุนัขที่ใช้ในการช่วยล่าสัตว์ เป็นสุนัขที่มีความเป็นนักสู้ในหัวใจ ดังนั้น เชา เชา จึงไม่ใช่สุนัขที่ขี้เล่นประจบเหมือนกับสุนัขหลาย ๆ พันธุ์ ด้วยลักษณะนิสัยเฉพาะตัวที่สุขุม มั่นคง และเชื่อมั่นตัวเอง เชา เชา จึงเป็นสุนัขที่ไม่ต้องการให้เจ้าของเอาอกใจมากนัก ความสวยงามของเรือนร่าง บุคลิกที่ทรนงองอาจต่างหากที่เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับผู้เลี้ยงสุนัขทั่วไป ถ้าเป็นคนก็เปรียบเหมือนกับชนชั้นสูง ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ก็เปรียบเหมือนกับเครื่องประดับล้ำค่า ทุกวันนี้ เชา เชา จึงได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงสุนัขไปทั่วโลก
 
     สำหรับในเมืองไทย สภาพอากาศที่ร้อนจัด ดูจะเป็นสิ่งที่เป็นปัญหากับร่างกายและอารมณ์ของ เชา เชา แต่อย่างไรก็ตาม เชา เชา สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศบ้านเราได้ดีพอควร  ในปัจจุบัน เชา เชา เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ความสวยงามและสง่างามคือสิ่งที่ทุกคนถามถึงในฐานะที่เป็นสุนัขที่มีระดับ มีความเป็นตัวของตัวเอง มีความเป็นสุนัขที่มิอาจดูถูกได้ว่าเป็นสุนัข เชา เชา เป็นสุนัขพันธุ์หนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม


แหล่งที่มา : เพื่อนสุนัข ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 พฤศจิกายน 2535. หน้า 50-54.
                      http://www.dld.go.th

No comments:

Post a Comment